ผู้หญิงหลายคนก็คงมีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะต้องแต่งงานกับคนที่เรารัก บางคนก็ได้แต่ง บางคนก็ไม่ได้แต่งแล้วแต่โชคชะตา 
 
  และแล้วเพื่อนของฉันก็กำลังจะแต่งงานในเดือนหน้า เมื่อพอได้ยินข่าวก็รู้สึกปลื้มและดีใจกับเพื่อนด้วย ยังไงแล้วฉันก็จะต้องไปแสดงความยินดีกับเพื่อนให้ได้เลยถึงแม้ว่าสถานที่จัดงานจะอยู่ไกลบ้านฉันมากก็ตาม ดังนั้น ฉันก็จะต้องวางแผนในการเดินทางของฉันให้ดี 
 
  แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ฉันก็ต้องวางแผนในการลดความอ้วนของฉันด้วย เพราะว่าในงานวันนั้นจะต้องมีเพื่อน ๆ ของฉันมากมายที่ไม่ได้เจอกันเป็นปี ๆ แล้ว ดังนั้นฉันก็จะต้องลดความอ้วน ถึงจะลดไม่มากนักก็ยังดีกว่าไม่ลดเลย   เพราะฉันอยากใส่ชุดสวย ๆ แล้วดูไม่อ้วนกับเค้าบ้าง เพื่อนของฉันแต่ละคนสวย ๆ กันทั้งนั้น ฉันจะยอมแำพ้ไม่ได้ อิอิ 
  ต้องขอบอกก่อนว่า ฉันเป็นคนที่ชอบกินมาก ๆ เลย เห็นอะไรที่น่ากินไม่ได้เลย จะต้องกระโดดเข้าใส่  ชอบออกไปกินข้าวนอกบ้านกับเพื่อนบ้าง กับคนรู้ใจบ้าง จนทำให้แม่บ่นตลอดแหละว่า
 
    "ปากก็บอกว่าอยากลด แต่ก็กินจัง"
    "โถ่แม่ ไม่เป็นไรหรอก แค่วันเดียวเอง ตูนไม่ได้กินทุกวันนี่"   นี่คือเหตุผลยอดฮิตของฉันเลยแหละ และแม่ก็จะไม่ว่าฉันอีก ก็จะให้ฉันออกไปกินข้าวนอกบ้านได้
 
   ก่อนหน้านี้ก็ไปกินข้าวกันเพื่อน ส่วนมากจะเป็นมื้อเย็นทั้งนั้นเลยที่ไปกินกัน ซึ่งหลักที่ถูกต้องอะนะ ไม่ควรกินหลัง 6 โมงเย็น ควรกินก่อน 6 โมงเย็น อาจจะสักประมาณ 4-5 โมงเย็น อะไรประมาณนี้ แต่ฉันเวลาที่ไปกินกับเพื่อน เริ่มกินก็เกือบทุ่มแล้ว กว่าจะกินเสร็จก็ประมาณ 3 ทุ่ม พอถึงบ้าน ดูนาฬิกา โอ๊ยยยย!!! สี่ทุ่มกว่าแล้วเหรอ อาบน้ำนอนดีกว่า   แล้วมันก็จะเป็นอย่างนี้ประจำเลยแหละ แก้ไม่หาย
 
   แล้วต้องทำยังไงดีละ ที่จะให้สามารถไปทานข้าวได้ปกติแต่น้ำหนักไม่ขึ้นเนี๊ยะ 
 
  1. "ก็ออกกำลังกายไงจ๊ะ"
 
   อืม.....น่าจะดีเหมือนกันนะ ต้องออกกำลังกายเพื่อขจัดไขมันที่สะสมในร่างกาย 
 
  แรก ๆ พอเราออกกำลังกาย มันจะเป็นอะไรที่ปวดเมื่อยมาก ๆ เลย แต่พอทำไปได้สักพักมันก็จะไม่เมื่อยอีก ต้องออกกำลังกายบ่อย ๆ
 
  2. "กินให้น้อยลง"
 
   นี่ก็จะได้ผลนะ ถ้าเราอยากจะกินอาหารโปรดปรานของเราที่มีส่วนผสมของ แป้งและน้ำตาลเป็นหลัก เราก็ควรกินให้น้อยลง ไม่ควร "งด" ในทันทีทันใดนะ เพราะมันจะทำให้เรารู้สึก ปวดหัวและหงุดหงิด  ดังนั้นจึงควรกินให้น้อยลงดีกว่าที่ไม่กินเลย
 
 
   ข้อแรก แม่ของฉันบอกกับฉันว่า "ถ้าลูกผอม ลูกจะสวยนะ" 
 
 
   เมื่อแม่ของฉันพูดแบบนี้ ฉันก็เลยอดคิดไม่ได้ว่า "จริงเหรอ"  จริง ๆ แล้ว ประโยคนี้แม่ของฉันบอกกับฉันมานาน(มาก) แล้ว แต่ว่าฉันก็ไม่เคยเชื่อท่าน แต่ครั้งนี้ฉันจะลองดูว่า ถ้าฉันผอมจริง ๆ แล้วฉันจะสวยอย่างที่แม่ของฉันบอกรึเปล่า
 
   ข้อสอง ตั้งแต่ทำงานก็เริ่มรู้จักโลกและอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น  เห็นเพื่อนร่วมงานก็จะคอยดูแลสุขภาพกันเกือบทุกคน จะเลือกกินแต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพซึ่งเราก็คิดว่าเราคงยังไม่จำเป็นตอนนี้หรอก เดี๋ยวค่อยทำก็ได้  จนฉันได้มาอ่านนิตยสารบ้าง หรือว่าข้อความใน Internet บ้าง ก็ทำให้ฉันได้เริ่มรู้แล้วว่า เราควรที่จะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอให้อายุถึงเลข 3 เลข 4 ก่อนแล้วค่อยลงมือทำ  แล้วยิ่งฉันอ้วนแบบนี้ก็เป็นโรคโน้นโรคนี้ได้ง่าย ฉันก็เลยอยากจะลดความอ้วนไง
 
   ข้อสาม  ใคร ๆ ก็ว่ากันว่า ผู้ชายชอบผู้หญิงที่หุ่นดี หน้าตาไม่ต้องสวยมาก แต่ถ้าหุ่นดี พวกเขาจะเลือกเลยแหละ  แล้วถ้าตอนนี้ใครมีแฟน อย่าคิดว่า ปล่อยตัวตามสบาย(ให้อ้วนขึ้น) แล้วเค้าจะยังรักเรานะจ๊ะ  ยังไงแล้วแฟนก็อยากให้เรา สวย หุ่นดี เหมือนตอนที่เค้าเข้าไปจีบคุณใหม่ ๆ ไง แต่ถ้าโชคดีเจอผู้ชายที่เข้าใจและยอมรับนั่นก็อีกเรื่องนึง  แต่ว่า  "อย่าประมาท" เด็ดขาดเลย
 

ผลของการกิน(มาก)

posted on 22 Jun 2011 14:05 by foreverme19
    เพื่อน ๆ คิดมั๊ยว่า คนที่สูงอายุ อย่าง คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณปู่เนี๊ยะ จะเป็นอะไรที่ชอบให้หลานกินมาก ๆ  ยิ่งหลานกินมากแค่ไหน พวกท่านก็จะมีความสุข ครอบครัวของฉันเป็นอย่างนั้น พวกท่านจะอยากให้ฉันกินมาก ๆ โดยเฉพาะคุณย่า ย่าทำอะไรก็จะให้ฉันเนี๊ยะแหละชิม แล้วดิฉันก็เป็นคนที่ชอบกินอยู่แล้ว แล้วย่าก็ทำอาหารอร่อยมาก ๆ พอฉันชิม จากนั้นมันก็จะกลายเป็นกิน แล้วก็กินมากกกกกกกก จนหยุดไม่ได้เพราะว่ามันอร่อยมาก แล้วนาน ๆ จะเจอท่านสักที พอเจอก็กินแหลกเลย มันก็เลยเป็นผลเสียของฉันข้อหนึ่งที่ทำให้ภารกิจการลดความอ้วนของฉันไม่สำเร็จ แต่ดิฉันก็ไม่ได้โทษท่านนะ มันต้องโทษที่ตัวของดิฉันเองที่ห้ามไม่ได้
 
    เมื่อวานยอมรับเลยว่า พอกลับมาจากเรียนภาษาประมาณเกือบสี่ทุ่มแล้วแหละ พ่อของฉันซื้อมันเชื่อมมาแล้วเป็นเจ้าประจำที่พอซื้อมาซึ่งฉันเคยลองชิมแล้ว มันก็อร่อยดี พ่อฉันก็ชวนฉันให้มากินด้วยกันเพราะนาน ๆ พ่อของฉันจะซื้อมาที ฉันก็เลยอดใจไม่ไหว กินไปแค่ชิ้นเดียว (แอะ ๆ อย่าบอกนะว่าเพื่อน ๆ คิดว่า ใช่ชิ้นเดียวแต่ชิ้นใหญ่ เหอะ ชิ้นไม่ใหญ่สักหน่อย) 
 
    ฉันว่าที่ฉันลดความอ้วนไม่สำเร็จเนี๊ยะก็มีผลมาจากการกินเหมือนกันนะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงชอบกินมากขนาดนี้  มันเหมือนกับการได้ลองกินสิ่งใหม่ ๆ อะไรประมาณเนี๊ยะแหละ ก็เลยทำให้ฉันชอบกิน แต่ว่าฉันก็ไม่ย้อท้อกับภารกิจในครั้งนี้นะ 
 
    ที่ฉันเปิด Blog นี้ขึ้น เหตุผลก็คือฉันอยากจะเล่าประสบการณ์ความอ้วนของฉัน ฉันอยากลดให้ได้ และฉันก็อยากจะแชร์กับเพื่อน ๆ ด้วยเกี่ยวกับการลดความอ้วน อยากให้เพื่อน ๆ ช่วยให้กำลังใจดิฉันด้วยกับการลดในครั้งนี้ ยังไงครั้งนี้ฉันก็จะลดให้ได้เลย เพื่อน ๆ คอยดูละกันนะจ๊ะ
 
 
 
 
     ฉันคิดว่าเรื่องที่ฉันทำยากที่สุดในชีวิตของฉันก็คือ "การลดความอ้วน"  ตอนนี้ฉันอายุก็จะย่างเข้า 25 ปีแล้ว Plan ของฉันตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ก็คือ การลดความอ้วน แต่ว่าฉันจะทำได้ยังไงละ เพราะว่าสิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดก็คือ "การกิน" ฉันชอบไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ แล้วเราก็กินโน้น กินนี้กัน มันเป็นอะไรที่ทำใจลำบากมากที่จะเลิกกินของที่ฉันชอบ
 
      จนฉันรู้สึกว่า การกิน เป็นอุปสรรคของฉันอย่างหนึ่งที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าฉันทำได้รึเปล่า เพราะฉันพยายามมาตั้งหลายครั้งแล้ว แล้วฉันก็ล้มเลิกมัน เพราะคุณลองคิดดูสิว่า จากคนที่ชอบกินมากถึงมากที่สุดแต่กลับต้องเลิกกิน มันส่งผลให้ฉันอย่างมากเลย ทั้งหงุดหงิด อารมณ์เสีย ปวดหัว จนต้องนอนหลับเพื่อไม่ให้ฉันคิดถึงเรื่องอาหารอีก  แต่ว่าในตอนนี้ฉันกำลังจะเริ่มทำภารกิจนี้อีกครั้งเพื่อหน้าที่การงาน เพื่ออนาคตของฉัน ฉันจะต้องทำให้ได้ 
 
     ฉันเิริ่มลดความอ้วนตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายนแล้ว แล้วนี้ก็เป็นวันที่ 9 ของฉัน ฉันเริ่มจากตอนเช้า ตอนกลางวันก็กินข้าวตามปกติแต่ว่าฉันกินข้าวน้อยลงกว่าแต่ก่อน จาก 2 ทัพพีก็เหลือแค่ 1 ทัพพีเท่านั้น ส่วนตอนเย็นก็จะกินพวกสลัดหรือไม่ก็ผลไม้ จำพวก ฝรั่ง แอปเปิ้ล เป็นต้น และทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ ฉันก็จะออกกำลังกาย ฉันจะต้องทำอย่างนี้ไปอีก 3 เดือน  ยังไงเพื่อน ๆ ก็ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วย มีคำแนะนำอะไรดี ๆ ก็บอกมากันได้นะจ๊ะ